ผู้เขียน หัวข้อ: สมเด็จปรกโพธิ์๙ใบหลังแม่ธรณีปี๓๙ หลวงพ่อกวยเก่าใช้แล้วดีเหลือเกิน  (อ่าน 15008 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ paravatee

  • สมาชิกใหม่
  • *
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 19
  • พลังน้ำใจ 0
พระพุทธเจ้าชนะมาร อันน่าจะเป็นมูลเหตุที่มาให้หลวงพ่อกวย นำมาสร้างพระสมเด็จปรกโพธิ์ ๙ ใบ หลังพระแม่ธรณีนี้ จนเกิดปาฏิหารย์มากมายแก่ผู้ที่คล้องพระท่าน

ครั้นพระพุทธเจ้าทรงเลิกกิจจากการทรมานตน เพราะเห็นว่าไม่ใช่ทางสายกลางที่จะนำไปสู่การหลุดพ้น จึงเข้าไปนั่งใต้ต้นอัสสตะพฤก สมัยก่อนไม่ได้เรียกต้นโพธิ์ มาพระพุทธเจ้าประกาศความรู้เพื่อทางหลุดพ้น เป็นความรู้ใหม่แล้ว คนจึง เริ่มเรียกต้นอัสสตะพฤก ว่า ต้นโพธิ์ โดยคำว่า โพธิ์ นี้แปลว่า การตรัสรู้ เพราะเป็นต้นที่พระพุทธเจ้าใช้พิจารณาจนได้ตรัสรู้ ..มาต่อครั้นพระพุทธเจ้านั่งใต้ต้นอัสสตะพฤก แล้วได้ปรารภว่าเราจะนั่งพิจารณาทางทั้งหมดที่เราได้ปฏิบัติมาตั้งแต่รูปฌานจนถึงอรูปฌานตลอดจนการทรมานตนและการปฏิบัติต่างๆ อยู่ที่นี่จนกว่าจะได้บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ที่ไม่มีใครเสมอเหมือน ครานั้นเทวดาพรหมหลายแสนโกฎิ มาประชุมกันโปรยดอกไม้ทิพย์ บ้างขับร้องสรรญเสริญพระพุทธเจ้า เกิดเป็นความสว่างจากรัศมีเทวดาพรหมเจิดจร้ส ครานั้นพญามารผู้มีบาป คือพญาวะสะวตีมาร เป็นเทวดาทิฏฐิในสวรรค์ชั้นสูงสุด คือ สวรรค์ชั้นปรนิมิตะวะสะวตี ได้เนรมิตแขนตั้งพัน พร้อมขี่ช้างครีเมฆ เข้ามาหมายต่อกรกับพระพุทธเจ้า ไม่อยากให้ใครได้หลุดพ้นจากอำนาจของตน เหล่าทวยเทพเทวาเห็นมารเข้าต่างเร้นหน้าทิ้งพระพุทธเจ้าไว้พระองค์เดียวใต้ต้นอัสสตะพฤก แต่มารเข้าไปทำอะไรไม่ได้ตามรัศมีบารมีของพระพุทธเจ้าที่ได้บำเพ็ญมาแต่ครั้งอดีต อันว่าบุคคลผู้ทำความดีมากๆ แม้นตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ฉันใดฉันนั้น มารจึงเสกฝนเพลิง ฝนเถ้าถ่าน ฝนอาวุธ แต่กลับกลายเป็นดอกไม้ทิพย์ปูชาพระพุทธเจ้า ครั้นทำจนแทบทุกฤทธิ์เดชแล้ว ยังมิอาจหวั่นพระพุทธเจ้าได้ จึงเข้าไปสนทนากับพระพุทธเจ้าว่า สิทธัตถะ คำว่า สิทธัตถะ แปลว่าผู้ได้ดังใจปราถนาทุกอย่างเป็นพระนามเดิมของพระพุทธเจ้า ก่อนที่คนจะใช้คำว่า พุทธะ ที่แปลว่า ผู้ได้ตรัสรู้ ...มาต่อ มารเข้าไปสนทนาว่า สิทธัตถะจงลุกออกจากที่นี่เถิดบัลลังค์ที่ท่านนั่งนี้เป็นของเรา พระพุทธเจ้าท่านกล่าวว่า ใครเป็นพยานแก่ท่าน มารยกเสนามาร  พลมารที่มาด้วยกันกล่าวอ้าง ฝ่ายพระพุทธเจ้าอยู่แต่พระองค์เดียวไม่มีใคร จึงกล่าวว่า บัลลังค์นี้เกิดแต่บารมีของเราที่ได้บำเพ็ญมาหลายร้อยหลายพันชาติจึงสำเร็จเป็นบัลลังค์ทิพย์นี้ แต่เราจะเอาเฉพาะข้อเดียว คือ เมื่อครั้นเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร น้ำที่หลั่งออกเป็นทานบารมีนั้นมากมายนัก ทันใดนั้นแผ่นดินได้สนั่นหวั่นไหนไปทั่ว พลมารและเสนามารต่างวิ่งหนีคนละทิศคนละทาง บังเกิดเป็นพระแม่ธรณีขึ้นมา กล่าวว่า เรานี่แหละเป็นพยานแก่พระผู้มีพระภาค ทันใดนั้นพระแม่ธรณีจึงบึดมวยผมเกิดเป็นน้ำไหลบ่าพัดพลมารและเสนามารพินาศไปตามกัน เป็นอันว่าพระพุทธเจ้าของเรานี้ชนะมารก่อนที่จะยังได้ตรัสรู้เสียอีก ทันใดนั้นในคืนนั้นเองพระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสรู้

ขอเล่าต่ออีกนิดนึง มากล่าวถึงฝ่ายพญามารบ้าง เมื่อกลับไปที่วิมานแห่งตนแล้ว ได้แต่นั่งเศร้า ฝ่ายลูกสาวทั้งสามจึงเข้าไปกล่าวว่า บิดรท่านเป็นกระไรรือทำไมจึงเศร้านัก หรือมีใครทำท่านหรือ ฝ่ายพญามารจึงกล่าวว่า  โอ๊ว บัดนี้มีมนุษย์ผู้หนึ่งได้หลุดพ้นจากอำนาจแห่งเราแล้ว อันใครๆจะทำอะไรมิได้เลย ... ขอย่นนะกลัวยาว ฝ่ายลูกสาวทั้งสามคนอันได้แก่ นางตัณหา นางราคะ และนางอรดี จึงรับอาสาเข้าไปลวงหวังทำลายตบะพระพุทธเจ้า แต่ก็พ่ายแพ้ไปในที่สุด

สรุปว่า พระพุทธเจ้าของเรานี้ ชนะพญามารก่อนที่จะได้ตรัสรู้เสียอีก และชนะลูกสาวทั้งสามคนของพญามารอันได้แก่ นางตัณหา นางราคะ และนางอรดี หลังจากตรัสรู้สำเร็จแล้ว
ที่มา:จากพระไตรปิฏก ในพุทธวงศ์เล่าถึงประวัติและการบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้า

หลักการใช้พระสมเด็จปรกโพธิ์ หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร วัดโฆษิตาราม (บ้านแค) จ.ชัยนาท แท้ที่จริงแล้วเป็นพระคู่ คือ พระสมเด็จปรกโพธิ์ ๙ ใบ ควรใช้คู่กับ  พระสมเด็จปรกโพธิ์ ๘ ใบ
โดยพระสมเด็จปรกโพธิ์ ๙ ใบ เป็นตัวแทนของบุคคลปุถุชนในโลกที่พากเพียรทำความดี ท้ายที่สุดศัตรูหมู่มารจะพ่ายแพ้ตนเอง
ส่วนพระสมเด็จปรกโพธิ์ ๘ ใบ หมายถึงความสำเร็จทั้งปวงในความดี การได้ตรัสรู้ในธรมะ และการมีชีวิตหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

ของดีที่ผมคิดว่าหลวงพ่อกวย อยากจะมอบฝากไว้ให้ลูกหลานได้มีไว้ใช้

อานิสงค์ของพระสมเด็จปรกโพธิ์ ๙ ใบ หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร วัดโฆษิตาราม (บ้านแค) จ.ชัยนาท
๑.พ้นจากการถูกใส่ร้ายป้ายสี
๒.ศัตรูหมู่มาหมู่พาลพ่ายแพ้แก่ตนเองในที่สุด
๓.เครื่องเตือนตนให้เพียรทำความดี
๔.ใครคิดร้ายจักต้องพ่ายแพ้ไปเองในที่สุด
๕.เทวาอารักษ์ย่อมมาปกป้องคุ้มครอง
๖.เป็นผู้มีสติไม่ประมาท

อานิสงค์ของพระสมเด็จปรกโพธิ์ ๘ ใบ หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร วัดโฆษิตาราม (บ้านแค) จ.ชัยนาท
๑.ให้ถึงความสำเร็จทั้งปวง
๒.ได้รับความสุขในการดำเนินชีวิตบนโลก
๓.มีความเข้าใจในอุปสรรคปัญหาชีวิตแก้ไขได้
๔.เกิดแรงใจมหัศจรรย์ในการดำเนินชีวิต
๕.เทวาอารักษ์ย่อมมาปกป้องคุ้มครอง
๖.ช่วยให้ไม่ประมาทในชีวิต

ที่ผ่านมาผมเสาะแสวงหาพระสมเด็จมาหลากหลายรูปแบบ แต่ผมว่าพระสมเด็จของหลวงพ่อกวย ท่านทำดีครับมีตาหูจมูกปาก เหมือนมนุษย์โลกมากที่สุดไม่สร้างเป็นมนุษย์ต่างดาว และหลวงพ่อแกตั้งใจทำดีครับ แม้ของย้อนยุคก็ยังได้ต้นฉบับจากหลวงพ่อกวยมาทำ ยังดีถึงปานฉะนี้ คือพระหลวงพ่อกวยท่านสร้างด้วยความเคารพปูชาในพระพุทธเจ้าด้วยที่สุดของใจศรัทธาของหลวงพ่อกวยจริงๆครับ แกเลยทำพระปราณีตมากมีตาหูจมูกปากครบหมด คนสร้างพระที่ไม่ทำตาหูจมูกปากเพราะกดพิมพ์พระเครื่องยากและพระก็เล็กกลัวลำบากเลยไม่อยากเติมตาหูจมูกปากเข้าไปครับ ส่วนของหลวงพ่อกวยไม่กลัวลำบากเลยมีตาหูจมูกปากคับ ผมเลยมั่นใจในพระหลวงพ่อกวยเสมอมา พระหลวงพ่อจึงมีลักษณะที่ดี แม้จะเป็นของเก่า ๑๖-๑๐๐ ปี ก็ยังมีคนคอยสืบเสาะแสวงหาตลอดเลยคับ

และที่สำคัญพระสมเด็จปรกโพธิ์ ๙ ใบ หลังพระแม่ธรณีมีบีบมวยผม ผมหามาหลายวัดแล้วครับ ไม่มีใครทำเลยครับ ส่วนใหญ่พระสมเด็จของแต่ละวัด ด้านหลังจะไม่มีพระแม่ธรณีบีบมวยผม นี่เป็นแบบฉบับของหลวงพ่อกวยที่เดียวแท้ๆครับ และพระหลวงพ่อออกจากวัดราคาฟรี นี่คือข้อสังเกตุการทำพระแท้ๆนะครับ  คือทำมาเพื่อโปรดเปลื้องทุกข์ให้แก่สัตว์โลก พระสมณะที่ทำสังเกตุออกจากวัดจะฟรี นานวันเข้าจะแพงครับ ส่วนพวกที่ออกจากวัดแพง เป็นแบบกำไรทั้งนั้นครับ นานวันเข้าราคาจะตก เป็นพวกพระสร้างกระแส

ย้อนหลังไปเมื่อประมาณปี ๒๕๔๘ ผมบริจาคเงินช่วยสร้างศาลาเก็บสรีระหลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร ให้กับวัดโฆษิตาราม ไปประมาณหมื่นกว่าบาท ทางวัดจึงส่งพระหลวงพ่อกวยรุ่นปี ๒๕๓๙ มีทั้งพระสมเด็จปรกโพธิ์ ๙ ใบ ปรกโพธิ์ ๘ ใบ สมเด็จแหวกม่าน เหรียญหนุมาน เหรียญยันตร์ เหรียญกลม เยอะแยะมาก แล้วก็รูปหล่อหลวงพ่อกวยห้านิ้ว รุ่นอนุสรณ์ครบรอบ ๑๐๐ ปี อีก ประมาณ ๓ องค์ รวมถึงกะไหล่ทองหลวงพ่อกวยองค์เล็กรุ่นที่ว่าสวยสุดอีก ๑๐ องค์ คร่าวๆมีประมาณ ๑๐๐ กว่าองค์ ผมจึงนำไปแจกเพื่อนๆร่วมบุญคนละเล็กคนละน้อย ตอนนี้จึงเหลืออยู่แค่ ๓๐-๔๐ องค์ เก็บบรรจุกล่องปูชาพระคุณหลวงพ่อกวยอย่างดี  ข้อดีของรุ่นปี ๒๕๓๙ คือเป็นรุ่นที่ทัน หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง หลวงพ่อเปิ่นวัดบางพระ หลวงพ่ออุตตมะ หลวงปู่ปรงวัดธรรมเจดีย์มาเสกเองกับมือครับ ลูกศิษย์ลูกหายังหาเก็บได้ไม่ยากมากนัก และเป็นรุ่นที่เดียวบรรจุมวลสารเก่าหลวงพ่อไว้มาก รุ่นหลังๆจักนำเอามวลสารของรุ่นปี ๓๙ ไปเสกเสียส่วนใหญ่ครับ

พระดีๆที่ผมเก็บรักษาไว้ถึง ๑๗ ปี  สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ จนถึงปัจจุบัน ๒๕๕๖  เหลือแค่ ๑๘ องค์ ที่สำคัญคือสายตรงหลวงพ่อกวยปี ๒๕๓๙ แท้แน่นอนล้านๆเปอร์เซ็น สามารถหาเช่ากันได้แล้วที่ www.dealfish.co.th

ออฟไลน์ โก้ จีนสาตร์

  • สมาชิก
  • *****
  • Thank You
  • -Given: 1
  • -Receive: 6
  • กระทู้: 3191
  • พลังน้ำใจ 7
  • อยากคุยกันติดต่อได้ที่เบอร์ 081-5552409 (โก้ครับ)
ผสมผงเก่าเยอะมากรุ่นนี้  ;)
"ศิษย์เปรียบได้เท่ากับลูก อาจารย์เปรียบได้เท่ากับพ่อแม่ กูอนุญาตให้พวกมึงไปฆ่าศิษย์กูไม่ได้ แต่ถ้าวันใดมันไม่นับถือกูแล้ว หลงลืมกูแล้ว มันต้องตาย
"
นี้คือคำพูดของหลงพ่อกวย

ออฟไลน์ icelandgps

  • icelandgps
  • สมาชิกใหม่
  • *
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 2
  • พลังน้ำใจ 0
    • บาคาร่าทางเข้า
Re: สมเด็จปรกโพธิ์๙ใบหลังแม่ธรณีปี๓๙
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2015, 05:19:19 pm »
  • Publish
  • อ่านเเล้วได้ความรู้มากเลยนะครับ

    ออฟไลน์ BritneyJean

    • สมาชิกใหม่
    • *
    • Thank You
    • -Given: 0
    • -Receive: 0
    • กระทู้: 2
    • พลังน้ำใจ 0
    Re: สมเด็จปรกโพธิ์๙ใบหลังแม่ธรณีปี๓๙
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2018, 10:17:36 am »
  • Publish
  • จะหาเช่าบูชาได้จากที่ไหนหรอครับ มีสมาชิกท่านไหนพอทราบบ้างหรือป่าวครับ

    กระดานสนทนาเว็บไซต์ ศิษย์หลวงพ่อกวย

    Re: สมเด็จปรกโพธิ์๙ใบหลังแม่ธรณีปี๓๙
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2018, 10:17:36 am »

     


    Facebook Comments