ผู้เขียน หัวข้อ: กว่าจะเป็น “เขาพลอง” ทุกวันนี้  (อ่าน 4181 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ หมูมหาเวทย์

  • ที่ปรึกษาเว็บไซต์
  • สมาชิก
  • *
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 1061
  • พลังน้ำใจ 0
  • เปิดคัมภีร์คนรักพระ-ส่องพระยอดนิยม
    • ปาฏิหาริย์2009
กว่าจะเป็น “เขาพลอง” ทุกวันนี้
« เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 04:41:12 am »
จั่วหัวแบบนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าอะไรหว่า ก็มีอะไรหรอกครับ เพียงอยากจะเล่า เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของหลวงพ่อชื้น และวัดเขาพลอง รวมทั้งที่ไปที่มาของการสร้างวัด และเหตุผลสำคัญในการมาตั้งวัดที่เขาพลองแห่งนี้เท่านั้นเอง (ข้อมูลนี้ได้รับการเปิดเผยจาก นางลัดดา เมฆสัจจากุล อดีตอาจารย์สอนวิชาฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ โรงเรียนชัยนาทพิทยาคม หลานสาวคนโตของหลวงพ่อชื้น ในปี พ.ศ. 2551 ก่อนเสียชีวิตไปไม่นานนัก โดยนางลัดดาจะเรียกหลวงพ่อชื้นว่า คุณตา)

ภายหลัง สมเด็จพระบรมครู หลวงพ่อเขาสาริกา หรือหลวงพ่อกบ ได้เผยแพร่การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานให้ผู้ศรัทธาไม่เลือกชนชั้นวรรณะ โดยยึดแนวทางแห่ง ศีล สมาธิ ปัญญา มายาวนาน จนบั้นปลายชีวิต หลวงพ่อกบชราภาพมาก และศิษย์ฆราวาสคือ อาจารย์สาย ยอดสุวรรณ และอาจารย์ชื่น สดศรี ก็สุขภาพไม่ค่อยดีนัก จึงมอบหมายให้ คุณตา (หลวงพ่อชื้น สมัยยังไม่บวชพระ) ช่วยแบ่งเบาภาระในการสอนวิปัสสนา ซึ่งทำให้  คุณตา ต้องเดินทางไปๆมาๆระหว่างวัดเขาสาริกา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี และบ้านพักที่ จ.ชัยนาท

สมัยก่อนการเดินทางไม่สะดวกสบายเหมือนสมัยนี้ ทางรถยนต์ไม่ค่อยมี คุณตา จะตื่นตั้งแต่ตี 5 เดินเท้าจาก จ.ชัยนาท ไปขึ้นรถไฟที่สถานีตาคลี จ.นครสวรรค์ (ห่างจากบ้านชัยนาทประมาณ 25 กม.) ไปลงสถานีบ้านหมี่ จ.ลพบุรี จากนั้นเดินข้ามทุ่งนาไปวัดเขาสาริกา ทำแบบนี้อยู่หลายปี มีครั้งหนึ่งประมาณปี 2496 คุณตาพาลูกศิษย์จากชัยนาทไปกราบ หลวงพ่อกบ ที่วัดเขาสาริกา มีทั้งพระภิกษุและฆราวาส (คาดว่าเป็นกลุ่มหลวงพ่อบุญเกิด วัดเขาดิน) จนกระทั่งหลวงพ่อกบละสังขารในปี 2497

คุณตา จึงเปิดสอนวิปัสสนากรรมฐานที่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 4 ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท เป็นทางการ และว่างๆก็จะเข้ากรุงเทพฯ ไปหาหลวงพ่อโอภาสี กระทั่งหลวงพ่อโอภาสีละสังขารในปี 2498 จากนั้น คุณตา ก็ไม่ค่อยจะไปไหนมากนัก

ภายหลังคุณตาบวชพระที่วัดตะเคียนเลื่อน อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ ได้ประมาณ 2 ปี ก็ลาสิกขา เพราะห่วงลูกหลานและลูกศิษย์  กระทั่งในปี 2509 คุณตาได้ปรึกษากับลูกศิษย์และญาติ ๆ ว่า ควรสร้างวัดไว้เป็นศูนย์รวมปฏิบัติธรรมน่าจะดีกว่าเป็นสำนัก ก็เลยมีคำถามกันว่า ที่ไหนดี ก็ไม่มีใครให้คำตอบได้ ลูกศิษย์ต่างพากันแยกย้ายหาสถานที่กันใหญ่ หลายเดือนก็ยังไม่ถูกใจสักแห่ง

คืนหนึ่ง คุณตา นั่งสมาธิหลายชั่วโมง ออกจากสมาธิก็เรียกลูกศิษย์มาบอกว่า “ที่เขาพลองนี่แหละดี เป็นที่เก่าที่แก่ เจ้าที่แรงและศักดิ์สิทธิ์ เขามาบอกยกที่ให้กูสร้างวัด จะได้สืบทอดพระศาสนาในภายหน้า” นั่นคือ ที่มาของการสร้างวัดเขาพลอง

(ต่อมามีการขุดพบหลักฐานทางโบราณคดีที่เขาพลอง ได้แก่ พลองหินโบราณ และภาชนะดินเผาเนื้อหยาบ เนื้อในมีสีคล้ำ บ่งชี้ว่าการเผาไม่สมบูรณ์ แสดงว่าเทคโนโลยีในการผลิตยังไม่สูงนัก คาดว่าเป็นชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุหลายพันปี ซึ่งตรงกับที่หลวงพ่อชื้นเคยบอกว่า เป็นที่เก่าแก่ เจ้าหน้าที่แรงอย่างน่าประหลาด)

ส่วนที่มาของชื่อ “วัดปฐมเทศนาอรัญวาสี” คุณตาบอกว่า ยืนยันจะต้องเป็นชื่อนี้เท่านั้น เนื่องจากภายภาคหน้า สถานที่แห่งนี้จะมี พระพุทธเจ้า ตรัสรู้ในอนาคตกาลมาประทับแสดงพระธรรมเทศนาครั้งแรก ตอนนั้นไม่มีใครสงสัยอะไร คุณตา บอกให้ทำอะไร ลูกศิษย์และลูกหลานก็จัดการให้หมดทุกอย่าง

ตอนหลังลูกศิษย์มานั่งคุยกัน เอ๊ะ ท่านรู้ได้ยังไงหว่า ว่าตรงนั้นจะเป็นสถานที่แสดงธรรมเทศนาครั้งแรกของพระพุทธเจ้า รวมทั้ง เจ้าที่มาบอกยกที่ดินให้สร้างวัด หมายความว่าอย่างไร หมายความว่า หลวงพ่อชื้น สำเร็จญาณขั้นสูงและมีพลังจิตกล้าแกร่งไช่หรือไม่ มิฉะนั้นจะคุยกับเจ้าที่เจ้าทางได้อย่างไร หลายคนพยายามไปถามท่าน ท่านได้แต่ยิ้มๆไม่เคยอวดอ้างคุณวิเศษเหล่านั้นเลย

ที่น่าแปลกมากคือ การสร้างวัดเขาพลองจะต้องใช้เงินมหาศาล สมัยนั้นไม่ไช่หากันง่าย ๆ แต่ด้วยบารมีของ คุณตา จึงสามารถสร้างวัด สร้างศาลาการเปรียญ โบถส์ วิหาร กุฏิ พระเจดีย์บรรจุพระบรมสาริกธาตุ 2 แห่ง ทั้งบนยอดและเชิงเขา รวมทั้งพระพุทธรูปองค์ใหญ่ “พระพุทธอริยธัมโม” จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ได้อย่างเหลือเชื่อ แบบนี้ไม่ไช่ปาฏิหาริย์ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรแล้ว

ซึ่งหลังจาก คุณยาย (นางสำลี ธรรมชัย) ถึงแก่กรรม คุณตา บวชอีกครั้งที่วัดโคกเข็ม ย้ายมาอยู่ที่วัดเขาพลองและไม่สึกอีกเลย จวบจนมรณภาพในวันที่ 25 ต.ค. 2521 รวมอายุ 84 ปี.

ออฟไลน์ FAMEETA

  • สมาชิก
  • *****
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 573
  • พลังน้ำใจ 1
Re: กว่าจะเป็น “เขาพลอง”
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 08:53:25 am »
กราบหลวงพ่อครับ

ออฟไลน์ SODA 405

  • สมาชิก
  • *****
  • Thank You
  • -Given: 47
  • -Receive: 7
  • กระทู้: 6369
  • พลังน้ำใจ 7
  • ....เก็บ,สะสม,อนุรักษ์.
Re: กว่าจะเป็น “เขาพลอง”
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 02:53:27 pm »


     ....กราบนมัสการหลวงพ่อครับ!

ออฟไลน์ หมูมหาเวทย์

  • ที่ปรึกษาเว็บไซต์
  • สมาชิก
  • *
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 1061
  • พลังน้ำใจ 0
  • เปิดคัมภีร์คนรักพระ-ส่องพระยอดนิยม
    • ปาฏิหาริย์2009
Re: กว่าจะเป็น “เขาพลอง” ทุกวันนี้
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 04:02:40 pm »
ขอบคุณทุกท่านครับ

ออฟไลน์ ขุนวิจารณ์

  • กล้าท้าวิจารณ์ ทะยานชนแหลก ทุกสนาม
  • สมาชิก
  • ***
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 202
  • พลังน้ำใจ 0
Re: กว่าจะเป็น “เขาพลอง” ทุกวันนี้
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 04:27:59 pm »
สาธุ สาธุ สุดยอดมาก แท้งกิ้วสำหรับข้อมูลดีๆแบบนี้ แสดงว่าหลวงพ่อคงเป็นพระอริยสงฆ์ ไม่ธรรมดาเลย

กระดานสนทนาเว็บไซต์ ศิษย์หลวงพ่อกวย

Re: กว่าจะเป็น “เขาพลอง” ทุกวันนี้
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 04:27:59 pm »

 


Facebook Comments