ผู้เขียน หัวข้อ: เหรียญหลวงพ่อพุฒ รุ่นแรก พระเถราจารย์ผู้ทรงคุณเมืองอุทัย  (อ่าน 8706 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ dada99999

  • สมาชิก
  • ****
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 395
  • พลังน้ำใจ 0
หลวงพ่อพุฒ หรือ พระราชอุทัยกวี อดีตเจ้าคณะเจ้าจังหวัดอุทัยธานี

พระเถราจารย์ผู้ทรงคุณแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง

ลูกศิษย์หลวงพ่อสิน บรมครูใหญ่เมืองอุทัยธานี

ผู้ได้รับการถ่ายทอดวิชาจากหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ หลวงพ่อเคน วัดดงเศรษฐี(หลวงพ่อกวยเคยมาศึกษาวิชาจาก

หลวงพ่อเคนด้วย ดูได้จากตำราหลวงพ่อเคนที่หลวงพ่อกวยมีเก็บรักษาไว้) หลวงพ่อพลอย วัดทุ่งโพธิ์ ฯลฯ

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้เคยกล่าวไว้ว่า หลวงพ่อพุฒได้ชั้นอนาคามี รายละเอียดตามนี้เลยครับ

http://www.luangporruesi.com/662.html

เหรียญนี้สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2502 เนื้อทองแดงรมดำ ประมาณ 1.000 เหรียญ

ขอกราบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

ออฟไลน์ dada99999

  • สมาชิก
  • ****
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 395
  • พลังน้ำใจ 0
เหรียญรุ่นสามด้วยครับ

ออฟไลน์ dada99999

  • สมาชิก
  • ****
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 395
  • พลังน้ำใจ 0
ภาพหลวงพ่อครับ

ออฟไลน์ บอล อุทัย

  • 086-306-0344
  • ผู้ใหญ่บ้าน
  • สมาชิก
  • *
  • Thank You
  • -Given: 75
  • -Receive: 26
  • กระทู้: 4656
  • พลังน้ำใจ 26
    • ร้านพระเครื่อง "บอล อุทัย"
พระราชอุทัยกวี เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี มรณภาพแล้วไปเกิดเป็นพรหมอนาคามี
จาก หนังสือ ตายแล้วไม่สูญ...แล้วไปไหน


"..เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานีคือ เจ้าคุณราชอุทัยกวี ท่านมรณภาพ ถ้าจำไม่ผิดก็เป็นวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๓๓ ความตายของท่านนี่อัศจรรย์อย่างยิ่ง เป็นการตายที่ไม่เคยมีใครคิดว่าท่านจะตาย แต่เรื่องความตายมันเป็นของธรรมดา แต่เท่าที่ทราบมาในกาลก่อนท่านบอกว่า เมื่อพ.ศ. ๒๕๓๐ คืนวันนั้นทำท่าจะตายครั้งหนึ่ง ท่านป่วยมากอาการไม่ดี ตอนนั้นก็ไม่มีใครคิดว่าท่านจะอยู่ ในคืนนั้นท่านเรียก พระครูประชุม เจ้าคณะอำเภอเข้าไปบอกด้วยวาจาด้วย ให้บันทึกเสียงด้วยและให้บันทึกเป็นหนังสือด้วย เรื่องการเงินและอะไรก็ตามมีที่ไหนเท่าไร ท่านจำได้ดีสั่งเสียเรียบร้อย ท่านบอกว่า "ถ้าฉันจะตายคืนนี้ก็ต้องตายภายในระยะ ๒ ยาม ถ้าเลย ๒ ยามไปแล้วจะยังไม่ตาย" นี่ก็แสดงว่าก่อนจะพูดแบบนี้ต้องมีคนมาบอก คนในที่นี้ต้องมีร่างกายเป็นทิพย์เหมือนกับ ท่านธัมมิกอุบาสก ก่อนจะตาย ก็เห็นเทวดามาล้อมบอกฉันอยู่ชั้นนั้น ฉันอยู่ชั้นนี้ ไปอยู่กับฉันเถอะ ท่านเจ้าคุณราชอุทัยกวี หลวงพ่อองค์นี้ก็เช่นเดียวกัน ท่านก็คงจะต้องสัมผัสติดต่อกันมาก่อน ถึงได้บอกแบบนี้

เป็นอันว่าคืนวันนั้นหลังจาก ๒ ยามไปแล้ว อาการร่อแร่เต็มทีของท่านหายไปกลับกลายเป็นมีกำลังดีเหมือนกับหายจากการป่วยไข้ไม่สบาย ตอนที่อาตมารับสมณศักดิ์เลื่อนเป็นชั้นราชได้ไปนมัสการท่าน เห็นท่านมีสุขภาพดีและก็ปกติทุกอย่างหายจากโรคภัยไข้เจ็บ พวกเราก็ดีใจ เพราะว่าท่านเป็นพระดีจริงๆ ตรงไปตรงมาและมีคุณธรรมจริงๆ  รวมความว่าท่านอยู่มาอีก ๓ ปี จนถึงวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๓๓ ท่านก็มรณภาพ การตายของท่านตามที่ทราบมาเป็นอย่างนี้ เขาบอกว่าในตอนเช้าคนส่งหมูทราบว่าท่านชอบหมูเขาก็นำหัวหมูที่ปรุงแล้วมาถวาย และก็ชอบมะม่วงเขาก็เอามะม่วงไปถวาย ตอนเช้าฉันได้มาก

ต่อมาท่านเรียกคนปฏิบัติมาเป็นสตรีอายุมากแล้ว ให้ไปหยิบปฏิทินร้อยปีมาดูอายุท่านบอกว่า "อายุตั้ง ๙๕ ปี จะให้มันตายเสียทีมันก็ไม่ตาย อยู่ไปก็ลำบาก ร่างกายไปไหนไม่สะดวก" ก็พูดกันแบบคนที่มีความรู้สึกตามความเป็นจริงเรียกกันว่า นักวิปัสสนาญาณแท้ ตอนสายท่านเรียกธนาคารมาขอตรวจดูเงินในบัญชี หลังจากนั้นแล้วท่านก็จำวัด ก็เป็นอันว่าการจำวัดของท่านครั้งนี้ไม่ต้องจำกันอีกต่อไป จำได้ตลอดกาลตลอดสมัยนั่นคือท่านตาย เวลาที่เขานำอาหารเพลไปถวายปรากฏว่าเลิกหายใจแล้ว

ต่อมาวันรุ่งขึ้นวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๓๓ ตอนบ่ายอาตมาลงรับแขก วันนั้นไม่ค่อยมีใครจะคุยด้วยหาคนคุยด้วยยาก ก็เลยคุยเรื่องท่านเจ้าคณะจังหวัด ท่านเจ้าคุณราชอุทัยกวี บอกว่าพระองค์นี้ฉันเคารพเหมือนพ่อของฉัน เคยพูดกับท่านก็เคยพูด เรื่องการทำบุญก็เหมือนกัน ทำบุญทุกครั้งนิมนต์ท่านจะมาหรือไม่มาก็ตาม ต้องถวายเครื่องสักการะตามสมควร ถือว่าท่านมาไม่ได้แต่เอาใจมาได้ ในสมัยเมื่อท่านยังป่วย อยู่ร่างกายไม่ดีนักพอทนไหวท่านมา ตอนหลังท่านไม่ไหวจึงมาไม่ได้ ในเมื่อกายมาไม่ได้ก็ถือว่าใจมาได้ ในเมื่อใจมาก็ส่งเครื่องสักการะฝากท่านเจ้าคณะอำเภอไป ขณะที่นั่งคุยถึงธรรมะ ไม่ทราบว่าใครเป็นคนถามอาการตายของท่านเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี ได้ถามว่า "เวลานี้มีความรู้สึกว่าท่านไปไหน" ถ้าถามอย่างนี้ก็ตอบกันไม่ยาก ตอบทันทีโดยไม่ต้องคิดว่าเวลานี้ท่านเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานีอยู่วัดทุ่งแก้ว หมายความว่าศพของท่านอยู่ที่นั่น แต่พอตอบเท่านั้นสิ่งที่แปลกก็เกิดขึ้นนั่นคือ มีภาพ ๒ ภาพ ภาพหนึ่งเป็นภาพเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี เจ้าคุณราชอุทัยกวี หรือเรียกว่า หลวงพ่อราชอุทัยกวี ก็แล้วกัน ท่านอยู่ข้างหน้าแต่ภาพข้างหลังเป็นพรหม สวยงามมาก แพรวพราวเป็นระยับ นึกในใจว่าภาพอย่างนี้ลองหรี่ตาก็เห็น ลองหลับตานึกก็เห็น ลืมตาก็เห็น อย่างนี้ไม่ใช่อำนาจความเป็นทิพย์ของจิตของบุคคลผู้พูด ต้องถือว่าเป็นกำลังของท่านผู้ตายบันดาลให้เห็น อย่างที่ท่านทั้งหลายไม่เคยเห็นผีแล้วย่องไปเห็นเข้านั่นแหละ ถ้าผีบันดาลให้เห็นก็เห็นได้ เรื่องนี้ก็เหมือนกันเป็นเรื่องของผีบันดาล

เมื่อเห็นภาพท่านแล้วก็นึกจะยกมือไหว้ ก็เกรงเขาจะหาว่าบ้าอยู่ๆ ก็ไหว้อากาศ และก็ไหว้ไปข้างหน้าคนที่เป็นฆราวาส มันก็จะไม่เหมาะ ก็เอาใจไหว้นึกไหว้ในใจ ท่านก็ยกมือรับไหว้แล้วก็ยิ้ม อาตมาถามท่านว่า "หลวงพ่อขอรับ ไปอยู่ที่ไหน" ท่านบอกว่า  "เวลานี้ไปอยู่อนาคามี" ก็ถามว่า "ทำไมไม่ไปเลยเล่าขอรับ มันอีกนิดเดียว อนาคามีกับนิพพานเป็นของไม่ไกล" ท่านบอกว่า "อีตอนก่อนจะไปมันมีกังวลเรื่องเงินนิดหน่อย" ถามว่า "แก่แล้วยังห่วงสตางค์หรือ" ท่านก็เลยบอกว่า "เรื่องสตางค์ส่วนตัวนั่นไม่ห่วง ห่วงเรื่องเงินสงฆ์เกรงว่าจะผิดพลาด แต่ก็ไม่มีอะไรสำคัญ จิตสะดุดนิดเดียวก็เลยจำต้องพักอยู่แค่เขตของอนาคามี"

เป็นอันว่าวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๓๓ ก็เป็นวาระที่ท่านตัดความทุกข์ ต่อไปนี้ก็มีแต่ความสุข ขึ้นชื่อว่าความทุกข์สักนิดหนึ่งจะไม่มีกับท่านอีกต่อไป เพราะเขตของอนาคามีเป็นเขตที่มีความสงัดจากความทุกข์ทุกอย่าง ต่อจากนั้นไปก็เข้าเขตนิพพาน เวลานี้เขาพูดกันว่าไม่มีพระอรหันต์ ไม่มีพระอริยเจ้าก็ตาม ขอท่านทั้งหลายจงอย่าลืมว่า โลกที่โกหกมีโลกเดียวคือโลกมนุษย์ เวลานี้อาตมาพูดตามผีบอก และโลกที่ไม่โกหกคือโลกอื่นไม่ใช่โลกมนุษย์ ฉะนั้นเวลานี้ท่านไปอยู่โลกอื่นแล้ว ท่านต้องพูดตามความเป็นจริง.."



ขออนุญาต copy มาเลยนะครับพี่ ขอบคุณมาก ๆ ครับ

ออฟไลน์ dada99999

  • สมาชิก
  • ****
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 395
  • พลังน้ำใจ 0
อีกภาพครับ ผลงานของท่าน

และครูอาจารย์ของท่าน สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี)

ลืมกล่าวไปครับ เครื่องรางของขลังของท่านที่มีชื่อมากๆ

คือ เชือกคาดเอว จระเข้ขบฟัน ครับ บางคนคาดเอวแล้วไปพบงู งูไม่สามารถอ้าปากกัดได้ครับ

หลวงพ่อปลั่ง วัดห้วยรอบก็สามารถทำได้เช่นกันครับ เพราะทั้งสองท่านสนิทกันมากๆ

ท่านนี้แหละครับ อาจารย์หลวงปู่ตี๋ วัดหลวงราชาวาส ผู้ปลุกเสกเสือจนโด่งดัง

กระดานสนทนาเว็บไซต์ ศิษย์หลวงพ่อกวย


 


Facebook Comments