ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติ หลวงพ่อชื้น อริยธัมโม เทพเจ้าแห่งเขาพลองและวัตถุมงคลทุกรุ่น  (อ่าน 21963 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ หมูมหาเวทย์

  • ที่ปรึกษาเว็บไซต์
  • สมาชิก
  • *
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 1061
  • พลังน้ำใจ 0
  • เปิดคัมภีร์คนรักพระ-ส่องพระยอดนิยม
    • ปาฏิหาริย์2009
ประวัติหลวงพ่อชื้น อริยธัมโม เทพเจ้าแห่งเขาพลอง (อัพเดทล่าสุด วันที่ 22 ก.ค.55)
   
หลวงพ่อชื้น เกิดที่บ้านวัดงิ้ว ต.ท่าชัย อ.เมือง จ.ชัยนาท เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ย. 2437 เป็นบุตรคนโตของ คุณพ่อแส คุณแม่จันทร์ ธรรมชัย  มีพี่น้องร่วมท้องรวม 5 คน ได้แก่
1.   หลวงพ่อชื้น อริยธัมโม (มรณภาพแล้ว)
2.   นายเหว่า (ถึงแก่กรรม)
3.   นายพร้อม (ถึงแก่กรรม)
4.   นางถม (ถึงแก่กรรม)
5.   นางปุย (ถึงแก่กรรม)

หลวงพ่อชื้น เรียนหนังสือจบชั้น ป.4 จากโรงเรียนวัดงิ้ว ต.ท่าชัย อ.เมือง จ.ชัยนาท และไม่ได้เรียนต่อ ออกมาช่วยพ่อแม่ทำมาหากินจนอายุ 18 ปี ก็สมัครเข้ารับราชการทหารที่มณฑลทหารบกที่ 4 จ.ชัยนาท (สมัยนั้น) จนเลื่อนยศเป็น สิบตรี สิบโท สิบเอก ตามลำดับ

สมัยรับราชการทหาร หลวงพ่อชื้น เคยร่วมรบในสงครามสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามอินโดจีน จนสงครามสิ้นสุดลง ก็ลาออกจากราชการไปค้าไม้กับเพื่อนร่วมรบในสงครามอินโดจีนด้วยกันนาน 2-3 ปี และกลับเข้ารับราชการอีกครั้งติดยศ จ่าสิบตรี และเลื่อนยศตามลำดับจนถึง ร.ท. ก็ลาออกจากราชการมากินบำนาญตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 โดยเพื่อนฝูงและคนคุ้นเคยมักชื่อท่านติดปากเรียกว่า “ร้อยโทชื้น” หรือ “หมวดชื้น”

หลังออกจากราชการทหาร ร.ท.ชื้น หันมาสนใจศึกษาธรรมะและแสวงหาความรู้ด้าน “วิปัสสนากรรมฐาน” สมัยก่อนมีพระเกจิหลายรูปที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ท่านเลือกที่จะไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของ “หลวงพ่อกบ” วัดเขาสาริกา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ซึ่งในหมู่ลูกศิษย์ลูกหาทุกคนจะเรียกหลวงพ่อกบว่า “สมเด็จพระบรมครู หลวงพ่อเขาสาริกา” ด้วยอุปนิสัยหลวงพ่อกบไม่ชอบสุงสิงกับใคร แต่ก็รับไว้เป็นศิษย์ โดยให้ ร.ท.ชื้น ศึกษาธรรมะและฝึกนั่งวิปัสสนากรรมฐานและวิชาต่าง ๆ กับท่าน ที่มีข้อมูลคือหลวงพ่อชื้นสำเร็จ วิชานะปัดตลอด กับ นะมหาอุตม์

จากนั้น ร.ท.ชื้น ก็ไปเรียนพระกรรมฐานเพิ่มเติมกับศิษย์ฆาราวาสของหลวงพ่อกบคือ อาจารย์สาย ยอดสุวรรณ และอาจารย์ชื่น สดศรี ชาว จ.นครสวรรค์ จนแตกฉานและสำเร็จธรรมขั้นสูง รวมทั้งยามว่างจะไปสนทนาธรรมและขอวิชาความรู้จาก หลวงพ่อโอภาสี ที่อาศรมบางมดอยู่บ่อยครั้งด้วย

ภายหลัง หลวงพ่อกบ ชราภาพ มอบหมายให้ ร.ท.ชื้น รับหน้าที่เป็นอาจารย์ถ่ายทอดสอนวิปัสสนากรรมฐานให้คณะศิษย์ในสายสืบต่อมา โดย ร.ท.ชื้น สอนลูกศิษย์ลูกหาอยู่ที่วัดเขาสาริกาพักหนึ่งก่อนขยับขยาย ย้ายไปปลูกบ้านเปิดเป็นสำนักสอนปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอย่างจริงจัง ที่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 4 ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท (ใกล้วัดพระยาตากปัจจุบัน) ได้รับการเคารพนับถือจากบรรดาศิษย์สายหลวงพ่อกบและสายหลวงพ่อโอภาสีด้วยดีเสมอมา โดยเฉพาะข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ศรัทธากันมาก ถึงขนาดขยายเรือนชานให้ใหญ่โตกว้างขวางกว่าเดิมหลายเท่า จวบจนหลวงพ่อกบและหลวงพ่อโอภาสีละสังขาร ลูกศิษย์ในสายนี้ยิ่งหลั่งไหลมาหา ร.ท.ชื้น มากขึ้น ซึ่งนับว่าท่านอาคมกล้าแกร่งและเชียวชาญวิปัสสนากรรมฐานยอดเยี่ยมตั้งแต่ยังเป็นฆาราวาส

ปี พ.ศ. 2506 ร.ท.ชื้น ธรรมชัย ตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสวพัตร อุปสมบทเป็นพระภิกษุครั้งแรกที่ตะเคียนเลื่อน ต.ตะเคียนเลื่อน อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ แต่อยู่ในเพศบรรพชิตได้แค่ 2 ปี จนถึง พ.ศ. 2508 ท่านก็ลาสิกขามาเป็นฆาราวาสนุ่งขาวห่มขาว สาเหตุสำคัญ เพราะติดภารกิจสอนลูกศิษย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน อีกทั้งต้องดูแลครอบครัวและลูกหลาน

ในสมัยเป็นฆราวาส ตั้งแต่วัยหนุ่ม ร.ท.ชื้น ได้แต่งงานกับ นางสำลี ธรรมชัย มีบุตรชาย-หญิงด้วยกัน 3 คน คือ
1.   นางเฉลียง สุนทราคม (ถึงแก่กรรม) แต่งงานกับ ร.ต.แกล้ว สุนทราคม (ถึงแก่กรรม) มีบุตรชาย 2 คน หญิง 1 คน ได้แก่ นางลัดดา เมฆสัจจากุล อดีตครูโรงเรียนชัยนาทพิทยาคม (ถึงแก่กรรมแล้ว)   พล.ต.เอกชัย สุนทราคม อดีตนายทหารสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย  และ นายประวัติ สุนทราคม (ถึงแก่กรรมแล้ว)

2.   นางเฉลา เทพกาญจนา (อดีตข้าราชการครูโรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง กทม.) ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ แต่งงานกับ พล.อ.ต.สุพจน์ เทพกาญจนา (ถึงแก่กรรม) พี่ชายของบิดานักการเมืองตระกูลดัง มีบุตร-ธิดาเป็นชาย 3 คน และหญิง 1 คน (ถึงแก่กรรม) 

3.   พ.ต.ประโยชน์ ธรรมชัย (ถึงแก่กรรม) อดีตนายทหาร มทบ. 13 ค่ายจิระประวัติ จ.นครสวรรค์ อดีตปลัดอำเภอ หัวหน้ากิ่ง อ.ด่านซ้าย จ.เลย และอดีตผู้จัดการโรงเลื่อยจักรภูกระดึง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ แต่งงานกับ นางยุวดี ธรรมชัย (ถึงแก่กรรม) มีบุตรชาย 1 คน

นอกจากนี้ ร.ท.ชื้น ยังมีบุตรกับภรรยาชาว จ.อุทัยธานี อีก 1 คนชื่อ นายจำรูญ ธรรมชัย (ถึงแก่กรรม)

ในช่วงครองเพศบรรพชิต หลวงพ่อชื้น ได้สนใจศึกษาด้านคาถาอาคม การลงอักขระเลขยันต์ต่าง ๆ ได้ศึกษามาไม่ด้อยกว่าพระเกจิรูปอื่น และท่านยังเป็นสหายธรรมที่สนิทมากกับ หลวงพ่อแสวง ญาติของ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จึงได้รับการถ่ายทอดวิชาสายหลวงปู่ศุข (มีหลักฐานตำราเก่าที่วัดเขาพลอง เกี่ยวกับการลงอักขระเลขยันต์ รวมทั้งตำราพระคาถาต่าง ๆ เก็บไว้ในกุฏิหลังเก่า)

ในปี พ.ศ. 2509 ร.ท.ชื้น เห็นว่าที่บ้านคับแคบไม่เพียงพอกับความศรัทธาของคณะศิษย์ที่ต้องการเรียนพระกรรมฐาน จึงหารือกับบรรดาผู้ปฏิบัติธรรมเพื่อสร้างวัดขึ้นเป็นศูนย์รวมการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานและใช้ในกิจกรรมทางศาสนา โดยมอบหมายให้ นายทองดี เตชะสุวรรณ หนึ่งในลูกศิษย์เป็นผู้ดำเนินการขออนุญาตกรมการศาสนา ได้รับความเห็นชอบมหาเถรสมาคม และกระทรวงศึกษาธิการ อนุญาตให้สร้างวัดขึ้นที่บ้านเขาพลอง (สมัยนั้น) ต.เขาท่าพระ อ.เมือง จ.ชัยนาท ในวันที่ 27 ก.ย. 2516 และได้รับพระราชทานวิสูงคามสีมาให้เป็นวัดในวันที่ 15 พ.ย. พ.ศ. 2519 ลงนามโดย นายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรี (สมัยนั้น) และมีชื่อเป็นทางการว่า “วัดปฐมเทศนาอรัญวาสี” แต่ชาวบ้านจะนิยมเรียกว่า “วัดเขาพลอง” กันมากกว่า


กระทั่งปี พ.ศ. 2512 หลังจาก นางสำลี ภรรยาถึงแก่กรรม ร.ท.ชื้น จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุอีกครั้ง ณ พัทสีมา วัดโคกเข็ม อ.สรรพยา จ.ชัยนาท โดยมี พระวิชัยวุฒาจารย์ หรือ หลวงพ่อหลิน วัดสมอ อดีตเจ้าคณะอำเภอสรรพยา (สมัยนั้น) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อทรัพย์ วัดตลุก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้ฉายาว่า “อริยธัมโม” หมายถึง ผู้ที่ได้ธรรมะอันสูงส่ง และสอนวิปัสสนากรรมฐานให้ผู้ศรัทธาเรื่อยมาจวบจนมรณภาพในวันที่ 25 ต.ค. พ.ศ. 2521 รวมอายุ 84 ปี

ระหว่างครองเพศบรรพชิต หลวงพ่อชื้น ได้รวบรวมปัจจัยจากผู้ศรัทธาหาและทุนทรัพย์พัฒนาวัดปฐมเทศนาอรัญวาสี (เขาพลอง) อย่างต่อเนื่องจนเจริญรุ่งเรืองสืบมา รวมทั้งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงก่อสร้าง “พระพุทธอริยธัมโม” พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่  ศิลปะสุโขทัยประดิษฐานบนเชิงเขาพลองข้างสวนนกชัยนาท ไม่ว่าใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องเหลียวมองเพราะความงดงามและยกมือไหว้ด้วยความศรัทธา ใช้เวลาก่อสร้างนานหลายปีจนแล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์

ด้วยความที่ หลวงพ่อชื้น เล่าเรียนคาถา วิธีลงอักขระเลขยันต์ และศึกษาธรรมะมายาวนาน เพื่อรำลึกพระคุณครูอาจารย์ หาทุนทรัพย์สร้างวัด สร้างเสนาสนะ จึงอนุญาตให้คณะศิษย์ จัดสร้างวัตถุมงคลไว้เป็นที่ระลึกหลายแบบและหลายวาระ มีทั้งเหรียญ พระสมเด็จ พระผง รูปหล่อบูชาหลวงพ่อกบ หลวงพ่อโอภาสี และตัวท่านเอง รูปบูชา รูปถ่าย แจกญาติโยมที่มาทำบุญและลูกศิษย์ ซึ่งวัตถุมงคลทุกรุ่น ส่วนใหญ่หลวงพ่อชื้นจะปลุกเสกเดี่ยว 1 พรรษาหรือ 1 ไตรมาส บางรุ่นก็ มีพระเกจิท่านอื่นที่สนิทสนมกันร่วมอธิษฐานจิตด้วย เช่น หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม หลวงพ่อเชื้อ วัดใหม่บำเพ็ญบุญ หลวงพ่อพุฒ วัดศรีวิชัยวัฒนาราม หลวงพ่อกล่อม วัดโพธาราม หลวงพ่อประเทือง วัดโพธาราม ถือว่าสุดยอดเข้มขลังไม่เป็นรองใคร น่าบูชาและน่าศรัทธามาก สำหรับคนชื่นชอบวัตถุมงคลมูลค่าไม่สูงมาก แต่พุทธคุณหลักล้าน

รายนามศิษย์ใกล้ชิดและผู้สืบทอดวิชาจากหลวงพ่อชื้น (ที่ยังมีชีวิตอยู่)

นายเชื้อ สว่างเนตร หรืออาจารย์เชื้อ สว่างเนตร ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ อายุมากแล้ว แต่สุขภาพแข็งแรง ดวงตาสว่างสดใส เป็นผู้ที่หลวงพ่อชื้นมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนวิปัสสนาต่อจากท่าน จะเปิดสอนวิปัสสากัมกรรมฐานให้ผู้ศรัทธาในช่วงวันเพ็ญเดือน 3 วันเพ็ญเดือน 6 และวันเพ็ญเดือน 12 ที่วัดเขาสาริกา วัดเขาพลอง และวัดพุทธบูชา อาศรมบางมด ธนบุรี ล่าสุดชราภาพมากแล้ว อายุเกือบ 90 ปี เปิดสอนวิปัสสนาอยู่ที่บ้านซอยอุดมสุข 66 แห่งเดียว

อาจารย์สิริสิงห์ หรือหมอแขก เดิมเป็นพราหมณ์นุ่งขาวห่มขาวเดินทางมาพำนักที่อาศรมหน้าทางขึ้นวัดเขาพลองหลายปี เกิดศรัทธามาถวายตัวเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อชื้น ได้รับการสืบทอดวิชาวิปัสสนากรรมฐานไม่ด้อยไปกว่าอาจารย์ท่านอื่น ๆ แต่ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้สอนวิชาให้ใคร จึงสอนใครไม่ได้ (เป็นข้อห้าม หากใครฝ่าฝืนหรือไม่เชื่อฟังจะมีอันเป็นไป ทั้งประสบความวิบัติ หรือเป็นบ้าก็มี) ภายหลังหมอแขกแต่งงานกับลูกสาวร้านทองใน จ.ชัยนาท ย้ายไปทำกิจการร้านทองที่ จ.แม่ฮ่องสอน กลายเป็นพ่อเลี้ยงเมืองเหนือ

พระอาจารย์พุด หรือพระอธิการพุด ฐิตะสีโล เจ้าอาวาสวัดปฐมเทศนาอรัญวาสี (เขาพลอง) ต.เขาท่าพระ อ.เมือง จ.ชัยนาท องค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงพ่อชื้นมาตั้งแต่สมัยเป็นสามเณร คอยปรนนิบัติและดูแลหลวงพ่อชื้นมาตลอดจวบจนละสังขาร แต่ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอาจารย์สอนกรรมฐาน แต่เข้มขลังและได้รับการถ่ายทอดวิชาต่าง ๆ จากหลวงพ่อมาไม่น้อย ท่านเป็นพระที่รักสันโดษและสมถะ จึงไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของญาติโยมมากนัก ยกเว้นศิษย์ในสายเดียวกัน

หลวงพ่อบุญเกิด วัดเขาดิน อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เคยไปฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิปัสสนากรรมฐานกับ หลวงพ่อชื้น ตั้งแต่ยังเป็นฆาราวาสนาม ร.ท.ชื้น นุ่งขาวห่มขาวในปี พ.ศ. 2496 ที่บ้านวัดตาก ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท จนเชี่ยวชาญสำเร็จธรรมขั้นที่ 2 (ในสายจะเรียกกันว่า ขันธ์พุทโธ) หมายถึง ล่วงรู้ถึงการเกิดและการดับของสังขาร รวมทั้งการเวียนว่ายตายเกิดไปสู่ภพภูมิอื่น ๆ ของมนุษย์และพระอริยสงฆ์ พระอริยเจ้าทั้งหลาย


ออฟไลน์ หมูมหาเวทย์

  • ที่ปรึกษาเว็บไซต์
  • สมาชิก
  • *
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 1061
  • พลังน้ำใจ 0
  • เปิดคัมภีร์คนรักพระ-ส่องพระยอดนิยม
    • ปาฏิหาริย์2009
หลวงพ่อชื้น ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นพระอภิญญา เล่าเรียนคาถา วิธีลงอักขระเลขยันต์ ศึกษาธรรมะมายาวนานตั้งแต่เป็นฆาราวาสจนบวชเป็นพระภิกษุ ซึ่งท่านจำเป็นต้องหาทุนทรัพย์สร้างวัด สร้างเสนาสนะ จึงอนุญาตให้คณะศิษย์ สร้างวัตถุมงคลไว้เป็นที่ระลึกหลายแบบและหลายวาระ มีทั้งเหรียญ พระสมเด็จ พระผง รูปหล่อบูชาหลวงพ่อกบ หลวงพ่อโอภาสี และตัวท่านเอง รูปบูชา รูปถ่าย แจกญาติโยมที่มาทำบุญและลูกศิษย์ ก็เลยขอเปิดกรุนำมาให้ชมกันครับ ทุกรุ่นมีข้อมูลยืนยันจากบุคคลที่เชื่อถือได้ คือ พระอาจารย์พุด ฐิตะสีโล เจ้าอาวาสวัดปฐมเทศนาอรญวาสี (เขาพลอง) และลูกหลานที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนใครมีข้อมูลนอกเหนือจากนี้เชิญแชร์ความคิดเห็นกันได้ครับ  

เหรียญอาร์ม ปี พ.ศ.2514 รุ่นแรก จำนวนการสร้าง 500 เหรียญ ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อชื้นครึ่งองค์ ด้านหลังเป็นยันต์ 3 หรือยันต์ใบพัด กำกับด้วยอักขระ มะ อะ อุ สุดยอดพระคาถามหาอุต แคล้วคลาด คงกระพัน เท่าที่พบมีเนื้อทองแดงกะไหล่ทองและทองแดงผิวไฟ บางท่านว่ามีทองแดงรมดำด้วย (ศิษย์เอาไปรมดำกันเองในภายหลัง) รุ่นนี้ผสมชนวนโลหะสตางค์รูขวัญถุง หลวงพ่อกบ และหลวงพ่อโอภาสี บางมด โดย หลวงพ่อชื้น ปลุกเสกเดี่ยวตลอด 1 ไตรมาส ก่อนให้เช่าบูชาช่วงออกพรรษาปี 2514 ตามกำลังศรัทธา

เหรียญรุ่นนี้มีประสบการณ์กันมาก  ลูกศิษย์คล้องติดตัวไปเที่ยวงานวัดถูกยิงถูกฟันไม่ระคายผิว แต่คนรุ่นเก่าๆจะนิยมเรียกกันว่า “เหรียญฟ้าผ่า” มากกว่า เพราะมีลูกศิษย์ชื่อ ตาพวง บ้านอยู่สรรคบุรี ให้ลูกชายคล้องคอไปเลี้ยงควายกลางทุ่งนา ฝนตกหนักและเกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา ควายตายเกลี้ยง 7 ตัว ลูกชายตาพวงสลบเหมือด ฟื้นขึ้นมาไม่เป็นอะไรเลย รอยแผลสักนิดก็ไม่มี ตาพวงรีบมาหาเช่าเหรียญเพิ่มที่วัดเขาพลอง ยอมซื้อถึงเหรียญละ 5,000 บาท (สมัยนั้น) แต่ไม่มีเหลือแล้ว ลูกศิษย์คนอื่นแย่งบูชาไปจนหมด ปัจจุบันยังพอเห็นหมุนเวียนในสนามพระบ้าง ส่วนใหญ่สภาพใช้มาโชกโชน สวยๆเดิมๆค่อนข้างหายาก

จัดเต็มให้ชมกันทั้ง 2 แบบ เนื้อทองแดงกะไหล่ทองและทองแดงผิวไฟ

ออฟไลน์ หมูมหาเวทย์

  • ที่ปรึกษาเว็บไซต์
  • สมาชิก
  • *
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 1061
  • พลังน้ำใจ 0
  • เปิดคัมภีร์คนรักพระ-ส่องพระยอดนิยม
    • ปาฏิหาริย์2009
รูปหล่อบูชา พระอริยธัมโม (ร.ท.ชื้น ธรรมชัย) รุ่นแรก สร้างพร้อมกับเหรียญรุ่นแรกในปี พ.ศ.2514 นอกจากนี้ยังมีรูปหล่อบูชา สมเด็จพระบรมครู (หลวงพ่อกบ) และหลวงพ่อโอภาสี สร้างในวาระเดียวกันด้วย จำนวนการสร้างรวมไม่เกิน 100 องค์ ให้เช่าบูชาช่วงออกพรรษาปี 2514 เป็นเนื้อทองเหลือง ไม่ค่อยเห็นหมุนเวียนในสนามพระมากนัก ส่วนใหญ่ลูกศิษย์เก็บกันหมด เพราะประสบการณ์สูงเช่นเดียวกัน มีข้าราชการแถว อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ไฟไหม้บ้านหมดเกลี้ยง เหลือแต่รูปหล่อบูชาของหลวงพ่อชื้นและพระผงว่าน 108 ใส่ห่อผ้าวางอยู่ ไม่เป็นอะไรเลยและเปลวไฟไม่ระคายให้เสียหายแม้แต่น้อย น่าอัศจรรย์มาก ปัจจุบันแกก็เลยแขวนเดี่ยว พระผงว่าน 108 องค์เดียว มั่นใจในพุทธคุณเกินร้อย

ออฟไลน์ หมูมหาเวทย์

  • ที่ปรึกษาเว็บไซต์
  • สมาชิก
  • *
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 1061
  • พลังน้ำใจ 0
  • เปิดคัมภีร์คนรักพระ-ส่องพระยอดนิยม
    • ปาฏิหาริย์2009
พระผงใบลาน พ.ศ. 2514 เนื้อดินสีดำปนเทาผสมผงใบลาน ผสมดินบนเขาพลองและดินเขาสารพัดดี แม่พิมพ์แกะจากหินมีดโกน หลวงพ่อชื้น และลูกศิษย์ช่วยกันทำ เป็นพิมพ์พระพุทธมีรัศมีวงกลมรอบพระเศียร  นั่งบนอาสนะ ลักษณะไม่สวยงาม เพราะทำกันเอง แบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ด้านหน้ามีรอยกดพิมพ์บนผ้าก่อนใส่มวลสารพิมพ์พระ ทำให้ทุกองค์มีรอยผ้าติดอยู่ เนื้อและมวลสารแตกหักง่าย ขอบข้างไม่เรียบร้อย นางเฉลียง สุนทราคม ลูกสาวคนโตของหลวงพ่อชื้น สมัยยังมีชีวิตอยู่เคยเล่าว่า เป็นพระเนื้อผงที่หลวงพ่อลองทำยุคแรก ๆ แต่ทำได้ไม่มากก็เลิกไป ทำให้พระมีจำนวนน้อย

ออฟไลน์ หมูมหาเวทย์

  • ที่ปรึกษาเว็บไซต์
  • สมาชิก
  • *
  • Thank You
  • -Given: 0
  • -Receive: 0
  • กระทู้: 1061
  • พลังน้ำใจ 0
  • เปิดคัมภีร์คนรักพระ-ส่องพระยอดนิยม
    • ปาฏิหาริย์2009
พระสมเด็จเนื้อผงพุทธคุณ ปี 2514 พิมพ์ใหญ่ ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมชิ้นฟักขนาดเท่าพระสมเด็จทั่วไป ผสมมวลสารมงคล ผงศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อกบ หลวงพ่อโอภาสี ผงพระสมเด็จวัดระฆัง ผงพระสมเด็จบางขุนพรหม ผงพระปิลันทน์ ที่หลวงพ่อชื้นเก็บไว้ตั้งแต่สมัยพกติดตัวไปรบสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามอินโดจีน ด้านหลังเรียบ จารอักขระ “นะ” ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงินลายมือของหลวงพ่อ เป็นพระที่ท่านทำเอง มีน้อยมาก

กระดานสนทนาเว็บไซต์ ศิษย์หลวงพ่อกวย


 


Facebook Comments